-

Lazada Indonesia

วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2556

ข้อสอบจุดประสงค์การเรียนรู้ : กฎหมายคุ้มครองสิทธิเด็ก


ข้อสอบจุดประสงค์การเรียนรู้ : กฎหมายคุ้มครองสิทธิเด็ก



1.การคุ้มครองเด็กแนวทางทีสมควรนำไปปฏิบัติกับเด็กมากที่สุด
ก. การช่วยเหลือ                                  ข. การสังเคราะห์
ค. แก้ปัญหา                                         ง. ส่งเสริมความประพฤติ
2. การช่วยเหลือเด็กที่ตกทุกข์ได้ยาก เด็กอยู่ในภาวะใดจึงเหมาะกับการสงเคราะห์
ก. เด็กกำพร้า เด็กถูกทอดทิ้ง                             ข. เด็กที่ถูกทำทารุณกรรม 
ค. สมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจต่ำ          ง. ถูกล่วงละเมิดทางเพศ
3. การคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ข้อใดควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
ก. เด็กที่ถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ ข. เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศ
ค. เด็กถูกทำทารุณกรรม                                    ง. เด็กถูกหน่วงเหนี่ยวกักขัง
4. การป้องกันมิให้เด็กถูกทารุณกรรมในเบื้องต้นเป็นภาระของใคร
ก. ประชาชน                                       ข. พ่อแม่ผู้ปกครอง
ค. พนักงานเจ้าหน้าที่                        ง. โรงเรียน สถานศึกษา
5. กฎหมายการศึกษามีข้อกำหนดที่สำคัญ คือ
ก. เด็กทุกคนการศึกษาตลอดชีวิต                    ข. เด็กทุกคนจบการศึกษาภาคบังคับ
ค. สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา          ง. การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้
6. ความมุ่งหมายและหลักการทางการศึกษาเพื่อพัฒนาคนไทยด้านใดบ้าง
ก. ร่างกาย  จิตใจ สติปัญญา                             ข. ความรู้ และคุณธรรม
ค. สติปัญญา และจริยธรรม                              ง. ความรู้ และวัฒนธรรม
7. บุคคลมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานกี่ปี         
ก. ไม่น้อยกว่า 9 ปี                             ข. ไม่น้อยกว่า 10 ปี
 ค. ไม่น้อยกว่า 11 ปี                            ง. ไม่น้อยกว่า 12 ปี 
8. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติขณะนี้นักเรียนศึกษาในระบบใด
   ก. การศึกษาในระบบ                ข. การศึกษานอกระบบ
   ค. การศึกษาตามอัธยาศัย            ง. การศึกษาทางไกล
9. การศึกษาในระบบต้องจบการศึกษาระดับใด
ก. ท่าเต้น              ข. เครื่องแต่งกาย
ค. ทรงผม           ง. เสียงพูด



10. เด็กจะได้รับการคุ้มครองทางการศึกษาถึงระดับใด
   ก. ชั้น ป. 6                       ข. ชั้น ม. 3
    ค. ชั้น ม. 6                      ง. ปริญญาตรี
11. การคุ้มครองผู้บริโภค มีความหมายเกี่ยวกับการควบคุมด้านใด
ก. มาตรฐานสินค้า                              ข. ประโยชน์ผู้บริโภค 
ค. การค้าขายสินค้า                             ง. บริการ
12. นักเรียนจะเลือกใช้บริการสินค้าแบบใด
ก. อ่านฉลากสินค้า
ข. ฟังโฆษณาสินค้า
ค. ดูคุณภาพสินค้า
ง. ได้รับข่าวสารสินค้า
13. ข้อใดเป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองผู้บริโภค
ก. ความปลอดภัย                                ข. การบริการ
ค. การโฆษณาสินค้า                          ง. คุณภาพได้มาตรฐาน
14. การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคที่ส่งเสริมด้านพลานามัยควรเลือกตามข้อใด
ก. ความปลอดภัย                                ข. การบริการ
ค. การโฆษณาสินค้า                          ง. คุณภาพได้มาตรฐาน
15. ลิขสิทธิ์ที่คุ้มครองวรรณกรรมเกี่ยวข้องกับเรื่องใด
ก. หนังสือ จุลสาร                  ข. ภาพยนตร์
ค. เพลง                                  ง. ดนตรี
16. นักแสดงทั่วไปส่วนใดที่สงวนลิขสิทธิ์
ก. ลิขสิทธิ์ภาพยนตร์                 ข. ลิขสิทธิ์เพลง
ค. ลิขสิทธิ์ทรงผม                      ง. ลิขสิทธิ์ละคร
18. การละเมิดลิขสิทธิ์ในประเทศไทยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์
ก. โปรแกรมคอมพิวเตอร์             ข. ดนตรี การแต่งเพลง ทำนอง คำร้อง
ค. ภาพยนตร์นำออกฉาย               ง. บันทึกเสียง งานเสียงดนตรี การแสดง
19. พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.. 2546 มีผลบังคับใช้เมื่อไหร่

A.
มีผลใช้บังคับวันถัดไปจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

B.
มีผลใช้บังคับพ้น 60 วันจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

C.
มีผลใช้บังคับพ้น 90 วันจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

D.
มีผลใช้บังคับพ้น 180 วันจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

20. 
เด็ก หมายความว่าอย่างไร

A.
บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์

B.
บุคคลที่มีอายุย่างปีที่เจ็ดถึงปีที่สิบหก

C.
ไม่เป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส

D.
ก และ ค

21. 
เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิดหมายความว่าอย่างไร

A.
เด็กที่ต้องรับภาระหน้าที่ในครอบครัวเกินวัย

B.
เด็กที่ไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครองหรือมีแต่ไม่เลี้ยงดู

C.
เด็กที่ประพฤติตนไม่สมควร

D.
ถูกทุกข้อ

22. 
ข้อใดคือสถานรับเลี้ยงเด็กที่ถูกต้องที่สุด

A.
สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กที่มีอายุไม่เกินห้าปีบริบูรณ์ และมีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป

B.
สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กที่มีอายุไม่เกินห้าปีบริบูรณ์ และมีจำนวนตั้งแต่หกคนขึ้นไป

C.
สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กที่มีอายุไม่เกินหกปีบริบูรณ์ และมีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป

D.
สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กที่มีอายุไม่เกินหกปีบริบูรณ์ และมีจำนวนตั้งแต่หกคนขึ้นไป

23.
ข้อใดไม่ใช่ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

A.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

B.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

C.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

D.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

24. 
ใครเป็นประธานคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ

A.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

B.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

C.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

D.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

25. 
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติต้องเป็นสตรีจำนวนเท่าใด

A.
ไม่น้อยกว่าหนึ่งคน

B.
ไม่น้อยกว่าสามคน

C.
ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม

D.
ไม่น้อยกว่าสองในสาม

26. 
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละกี่ปี

A.
ปี

B.
ปี

C.
ปี

D.
ปี

27. 
ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา เป็นคณะกรรมการ คณะใด

A.
คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ

B.
คณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด

C.
คณะกรรมการคุ้มครองเด็กเขตพื้นที่การศึกษา

D.
ข้อ ข และ ค

28. 
การบังคับ ขู่เข็ญ หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร มีโทษตามข้อใด

A.
จำคุกไม่เกินสองเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

B.
จำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

C.
จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

D.
จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

29.  หากครูพบเห็นว่าเด็กถูกทารุณกรรมหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการเลี้ยงดูโดยมิชอบแต่ไม่รายงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ  มีโทษตามข้อใด

A.
จำคุกไม่เกินห้าเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

B.
จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

C.
จำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

D.
จำคุกไม่เกินหกปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


30. ผู้ที่ขัดขวางพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปในเคหสถาน กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำทารุณกรรมเด็ก  มีโทษตามข้อใด

A.
จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

B.
จำคุกไม่เกินสองเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

C.
จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

D.
จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

31. 
ข้อใดไม่ใช่เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์

A.
เด็กชายบีไปตามหาเพื่อนไม่มีค่ารถกลับบ้าน

B.
เด็กชายเอกมีผู้ปกครองถูกจำคุก

C.
เด็กชายน้อยต้องดูแลยายที่พิการตามลำพัง

D.
เด็กชายบอยไปเที่ยวงานวัดกับผู้ปกครองแล้วพลัดหลง

32. 
เด็กชายไก่อายุครบ 18 ปีบริบูรณ์มีร่างกายพิการขาลีบ จะได้รับการสงเคราะห์อีกกี่ปี

A.
ไม่ได้รับการสงเคราะห์ต่อ

B.
ได้รับการสงเคราะห์อีกไม่เกิน ปี

C.
ได้รับการสงเคราะห์อีกไม่เกิน ปี

D.
กี่ปีก็ได้ แต่ไม่เกินอายุครบ 24 ปีบริบูรณ์

33. 
เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพมีกี่ประเภท

A.
ประเภท

B.
ประเภท

C.
ประเภท

D.
ประเภท

34. 
ข้อใดไม่ใช่เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ

A.
เด็กที่ถูกทารุณกรรม

B.
เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด

C.
เด็กที่อยู่ในสภาพที่จำต้องได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

D.
เป็นเด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพทุกข้อ


35. การส่งเด็กไปสถานแรกรับ สถานพัฒนาและฟื้นฟู ระหว่างการสืบเสาะและพินิจเพื่อหาวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสม ให้กระทำได้ไม่เกินกี่วัน 

A.
ไม่เกิน วัน ขยายได้อีกไม่เกิน วัน

B.
ไม่เกิน วัน ขยายได้อีกไม่เกิน 15 วัน

C.
ไม่เกิน วัน ขยายได้อีกไม่เกิน 15 วัน

D.
ไม่เกิน วัน ขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน

36. 
ผู้ที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดของศาลในการเข้าใกล้ตัวเด็กตามมาตรา 43 มีโทษอย่างไร

A.
จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

B.
จำคุกไม่เกินสองเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

C.
จำคุกไม่เกินสองเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

D.
จำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท

37. 
ผู้ที่จัดตั้งหรือดำเนินกิจการสถานรับเลี้ยงเด็ก โดยมิได้รับใบอนุญาต มีโทษอย่างไร

A.
จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

B.
จำคุกไม่เกินสองเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

C.
จำคุกไม่เกินสองเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

D.
จำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท

  38. การยุยง ส่งเสริม ช่วยเหลือ หรือสนับสนุนให้นักเรียนหรือนักศึกษาฝ่าฝืนระเบียบของโรงเรียนหรือสถานศึกษาและระเบียบที่กำหนดในกฎกระทรวง มีโทษอย่างไร

A.
จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

B.
จำคุกไม่เกินสองเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

C.
จำคุกไม่เกินสองเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

D.
จำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น