-

Lazada Indonesia

วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2556

ข้อสอบมาตรฐานวิชาชีพครู มาตรฐานที่ 6 การบริหารจัดการในห้องเรียน


ข้อสอบมาตรฐานวิชาชีพครู มาตรฐานที่ 6 การบริหารจัดการในห้องเรียน


ข้อสอบมาตรฐานวิชาชีพครู มาตรฐานที่ 6 การบริหารจัดการในห้องเรียน
1.       เด็กที่มีความอิจฉาริษยา ชอบเอารัดเอาเปรียบมักมีอารมณ์ไม่แจ่มใส มักมีสาเหตุมาจากอะไร ?
ก. ขาดความอิสระ                                                ข. ขาดความรัก
ค. ขาดเพื่อน                                                         ง. ขาดความอบอุ่น
ตอบข้อ ข. ขาดความรัก
2.       ปัญหาใด คือปัญหาที่แสดงให้เห็นถึง การพัฒนาบุคลิกภาพทางสังคมของเด็กโดยตรง ?
ก. “ ดิฉันรู้สึกว่า มีเสมหะอยู่ในลำคอตลอดเวลา เวลาพูดต้องกระแอ้มเสียก่อนทุกที
      ทำอย่างไรถึงจะหายละ”                                             
ข. น้ำมันใส่ผมมีประโยชน์ต่อผมหรือเปล่าครับ
ค. “ ความสรกปรกจะทำให้เป็นกลากเกลื้อนได้ไหมคะ ”                                          
ง. “ ทำไมเสียงของผมที่เปล่งออกมาจึงแหลม และทำไมไม่มีลูกกระเดือกเหมือนผู้ชายคนอื่นเขา ”
ตอบข้อ ง.
3.       ตามปกติ คนเรามีอะไรเป็นเครื่องควบคุมบุคลิกภาพของตัวเอง ?
ก. อารมณ์และสติปัญญา                                    ข. สติปัญญาและสภาพแวดล้อม
ค. สภาพสังคมและสภาพเศรษฐกิจ ง. สภาพเศรษฐกิจและอารมณ์
ตอบข้อ ก. อารมณ์และสติปัญญา   
4.       ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ?
ก. ครูต้องเตรียมการสอนทุกวัน                                       
ข. ครูต้องเข้าใจความแตกต่างของบุคคล
ค. สมศรีเป็นครูมาหลายปีแล้วไม่จำเป็นต้องเตรียมการสอน                                     
ง. แม้จะสอนจนชำนาญก็ควรมีสื่อการสอนประกอบด้วย
ตอบข้อ ค. สมศรีเป็นครูมาหลายปีแล้วไม่จำเป็นต้องเตรียมการสอน
5.       ข้อใดไม่สอดคล้องกับวิถีทางแห่งประชาธิปไตย ?
ก. ส่งเสริมให้นักเรียนรักษาผลประโยชน์ของตนเอง                                
ข. ส่งเสริมให้นักเรียนมีวินัยในตนเอง
ค. ส่งเสริมความร่วมมือซึ่งกันและกัน
ง. ส่งเสริมให้นักเรียนมีความรับผิดชอบ
ตอบข้อ ก. ส่งเสริมให้นักเรียนรักษาผลประโยชน์ของตนเอง
6.       คำว่า “ สุนทรียศึกษา ”ควรสังเคราะห์เข้าในข้อใด ?
ก. พุทธศึกษา                                                        ข.  จริยศึกษา
ค. พลศึกษา                                                           ง.  หัตถศึกษา
ตอบข้อ ง.  หัตถศึกษา
7.       ปัจจุบันนักการศึกษา ถือว่าอะไรสำคัญที่สุดในกระบวนการเรียนการสอน ?
ก. ครู                                                                      ข. หนังสือเรียน
ค. นักเรียน                                                            ง. สื่อการสอน
ตอบข้อ ค. นักเรียน
8.       ข้อใดคือปรัชญาของการวัดผล ?
ก. สอบเพื่อให้รู้ว่าได้หรือตก                                           
ข. สอบเพื่อให้เด็กอยู่ในระดับใดของชั้น
ค. สอบเพื่อค้นหาเด็กที่อ่อนที่สุด
ง. สอบเพื่อค้นหาและพัฒนาสมรรถภาพของมนุษย์
ตอบข้อ ง. สอบเพื่อค้นหาและพัฒนาสมรรถภาพของมนุษย์
9.       ข้อใดมิใช่การประเมินผลเพื่อปรับปรุงการเรียนการสอน ?
ก. การประเมินผลเมื่อปลายปี                            ข. การประเมินผลก่อนเรียน
ค. การประเมินผลระหว่างเรียน                       ง. การประเมินผลปลายภาคเรียน
ตอบข้อ ก. การประเมินผลเมื่อปลายปี
10.    บุคคลที่เหมาะสมที่สุดในการวัดผล โดยการสังเกตคือใคร ?
ก. ผู้อำนวยการโรงเรียน                                     ข. กรรมการศึกษา
ค. ครูฝ่ายปกครอง                                                ง. ครูผู้สอนประจำชั้น/ประจำวิชา
ตอบข้อ ง. ครูผู้สอนประจำชั้น/ประจำวิชา
11.    ลักษณะข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์มุ่งหวังที่จะวัดอะไรเป็นสำคัญ ?
ก. วัดผลงานที่เด็กได้กระทำมา                         ข. วัดการพัฒนาการของเด็ก
ค. วัดความสำเร็จในชั่วโมงวิชาการ ง. วัดความเจริญงอกงาม
ตอบข้อ ค. วัดความสำเร็จในชั่วโมงวิชาการ
12.    ลักษณะการสอนที่ดีที่ครูควรคำนึงคือข้อใด ?
ก. สอนจากนามธรรมไปหารูปธรรม               ข. สอนจากง่ายไปยาก
ค. สอนทันทีที่ครูพร้อม                                      ง. ครู-กระดานดำ -ชอล์ก
ตอบข้อ ข. สอนจากง่ายไปยาก
13.    ท่านมีหลักการและวิธีการที่จะแก้ไขเด็กดื้ออย่างไร?
ก. ลงโทษต่อหน้าเพื่อน                                    
ข.เฉยๆ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
ค. ศึกษาพฤติกรรมตามวัยแห่งพัฒนาการ                                      
ง. แยกเด็กให้นั่งใกล้ครู
ตอบข้อ ค. ศึกษาพฤติกรรมตามวัยแห่งพัฒนาการ    
14.    การสอนแบบใดที่ทำให้เด็กมีพฤติกรรมตอบสนองน้อยที่สุด ?
ก. ครูอธิบาย                                                          ข. ครูให้เด็กค้นคว้า
ค. เด็กได้ปฏิบัติจริง                                             ง. ครูใช้อุปกรณ์การสอน
ตอบข้อ ก. ครูอธิบาย
15.    การเตรียมการสอนทำเพื่ออะไร ?
ก. ช่วยให้ครูเข้าใจในตัวเด็ก                                            
ข. ช่วยให้ครูสอนด้วยความมั่นใจและถูกต้อง
ค. ช่วยให้เด็กเกิดความสนุกสนานในบทเรียน
ง. ช่วยให้ผู้ปกครองเกิดความเลื่อมใสในตัวครู
ตอบข้อ ข. ช่วยให้ครูสอนด้วยความมั่นใจและถูกต้อง
16.    การสอนแบบใดจะช่วยให้นักเรียนเกิดทักษะง่ายที่สุด ?
ก. แบบอุปนัย                                                       ข. แบบอภิปราย
ค. แบบบรรยาย                                                    ง. แบบทดลอง
ตอบข้อ ง. แบบทดลอง
17.    หลักการสอนตามแนวหลักสูตรใหม่มีเป้าหมายอย่างไร ?
ก. สอนให้นักเรียนแก้ไขปัญหาได้                                 
ข. สอนในด้านพุทธศึกษา
ค. สอนเพื่อให้นักเรียนประกอบอาชีพได้
ง. สอนให้นักเรียนคิดเป็นทำเป็นและแก้ไขปัญหาเป็น
ตอบข้อ ง. สอนให้นักเรียนคิดเป็นทำเป็นและแก้ไขปัญหาเป็น
18.    การสอนแบบใดที่สกัดกั้นมิให้ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น รู้จักแก้ปัญหา?
ก. แบบค้นคว้า                                                      ข. แบบอภิปราย
ค. ยึดแบบครูเป็นศูนย์กลาง                               ง. แบบยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
ตอบข้อ ค. ยึดแบบครูเป็นศูนย์กลาง
19.    ข้อใดกล่าวผิดจากทฤษฎีการเรียนรู้ ?
ก. การเสริมแรงทันทีช่วยให้นักเรียนสัมฤทธิ์ผลในการเรียน                   
ข. การเรียนรู้เป็นขั้นๆ จนกระทั้งสำเร็จผลเรียกว่า Gradual Approximation
ค. ในการเรียนรู้สิ่งหนึ่งสิ่งใด การมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในกิจกรรมของผู้เรียนไม่สำคัญ               
ง.  ข้อมูลย้อนกลับ (Feed Back ) ที่เป็น Positive จะช่วยให้กำลังใจเด็กอยากกระทำซ้ำและข้อมูลย้อนกลับที่เป็น Negative จะทำให้เด็กท้อถอยในการกระทำซ้ำ
ตอบข้อ ค. ในการเรียนรู้สิ่งหนึ่งสิ่งใด การมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในกิจกรรมของผู้เรียนไม่สำคัญ
20.    ข้อใดเป็นความหมายของการถ่ายโยงความรู้ ?
ก. การใช้วิชาใดวิชาหนึ่งเป็นแกนนำการสอนไปสู่จุดประสงค์                                              
ข. การให้เด็กลำลึกบทเรียนย้อนหลัง
ค. การนำการเรียนรู้ในอดีตมาใช้ประโยชน์ในการสอน                                           
ง. การนำผลการทดลองในอดีตทำนายผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็ก
ตอบข้อ ค. การนำการเรียนรู้ในอดีตมาใช้ประโยชน์ในการสอน
21.    การสอนซ่อมเสริมเป็นการสอนที่คำนึงถึงหลักการใด ?
ก. การเสริมแรงขับภายนอกและภายใน                                        
ข. การสอนค่านิยมและเจตคติ
ค. การสอนตามความถนัดและความสนใจ                                    
ง. การเรียนการสอนที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล
ตอบข้อ ง. การเรียนการสอนที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล

22.บริการที่จัดขึ้นเพื่อมุ่งหมายที่จะช่วยเหลือนักเรียนให้สามารถปรับตัวกับปัญหาต่างๆที่จะต้องประสบใน
สภาพสังคมรอบตัวเด็ก คือข้อใด ?
ก. การปฐมนิเทศ                                                  ข. การศึกษาเด็กเป็นรายบุคคล
ค. การแนะแนว                                                   ง.  การจัดกิจกรรมนักเรียน
ตอบข้อ ค. การแนะแนว   

23.    ข้อใดมิใช่วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมนักเรียน ?
ก. เพื่อให้เป็นผู้มีระเบียบวินัย                          
ข. เพื่อให้เป็นผู้มีคุณธรรมและจริยธรรม
ค. เพื่อให้เลื่อมใสในระบอบประชาธิปไตย
ง. เพื่อให้การสอนซ่อมเสริมบรรลุผล
ตอบข้อ ง. เพื่อให้การสอนซ่อมเสริมบรรลุผล
24.    ข้อใดเป็นความหมายของคำว่า “ เทคโนโลยีทางการศึกษา ” ?
ก. การจัดกิจกรรมนักเรียน                
ข. การจัดบริการนักเรียน
ค. การจัดบริการแนะแนว                                 
ง. การใช้เทคนิคและวิธีการโสตทัศนศึกษา
ตอบข้อ ง. การใช้เทคนิคและวิธีการโสตทัศนศึกษา
25.    ข้อใดเป็นการจัดการเรียนการสอนโดยระบบโสตทัศนศึกษา ?
ก. การฉายภาพนิ่งประกอบการบรรยาย                        
ข. การสอนเป็นทีม
ค. การสอนโดยใช้ศูนย์การเรียน     
ง. การจัดกิจกรรมกลางแจ้ง
ตอบข้อ ก. การฉายภาพนิ่งประกอบการบรรยาย
26.    ข้อใดมิใช่สื่อการเรียนการสอน ?
ก. ชอล์กและกระดานดำ                                    ข. โต๊ะและเก้าอี้
ค.ครูและนักเรียน                                                ง. ไม่มีข้อถูก
ตอบข้อ ค.ครูและนักเรียน
 27.    ข้อใดเป็นการสอนแบบบูรณาการ ?
ก. การจัดแผนการสอนวิชาเกษตรกรรม อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์ไว้เป็นแผนเดียวกัน
ข. การใช้สื่อการสอน การจัดสอนเป็นทีมและการจัดนิทรรศการในการสอนวิทยาศาสตร์
ค. การจัดทัศนศึกษา การสอนโดยระบบโทรทัศน์และการสาธิตวิชาคหกรรม                                      
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ ก.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น