-

Lazada Indonesia

วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2556

ข้อสอบวิชาการพัฒนาหลักสูตร


ข้อสอบวิชาการพัฒนาหลักสูตร


ข้อสอบวิชาการพัฒนาหลักสูตร
1.       ข้อใด คือคุณสมบัติที่สำคัญของหลักสูตร
ก.  มีความเป็นพลวัตปรับเปลี่ยนทางสังคม
ข.  มีความเป็นเอกภาพ  มีความเหมาะสมทุกสถานการณ์
ค.  เป็นข้อสรุปของนักวิชาการทุกสาขาแล้ว
ง.  สังคมจะเปลี่ยนแปลง  หลักสูตรสามารถคงอยู่ได้
ตอบข้อ  ก.  มีความเป็นพลวัตปรับเปลี่ยนทางสังคม
2.      
  การพัฒนาหลักสูตร  ต้องดำเนินการตามข้อใด
ก.  กำหนดเป้าหมาย
ข.   เลือกกิจกรรมและวัสดุประกอบการเรียนการสอน
ค.  กำหนดระบบที่เหมาะสมในการจัดการเรียนการสอน
ง.  ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ 
 ง.  ถูกทุกข้อ

3.       ข้อใด  ไม่ต้องคำนึงถึงในหลักการพัฒนาหลักสูตร
ก.  ผู้เชี่ยวชาญมีความสามารถ
ข.  ความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้อง
ค.  สิ่งที่ผู้ดำเนินงานจะได้รับ
ง.  ฝึกอบรมครูประจำการ
ตอบข้อ 
 ค.  สิ่งที่ผู้ดำเนินงานจะได้รับ
4.      
 การจัดทำหลักสูตร  ระดับประถมศึกษา  ในสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  และคณิตศาสตร์  เป็นหน้าที่ของการพัฒนาหลักสูตรในข้อใด
ก.  หลักสูตรระดับชาติ
ข.  หลักสูตรระดับท้องถิ่น
ค.  หลักสูตรระดับห้องเรียน
ง.  หลักสูตรระดับเขตพื้นที่การศึกษา
ตอบข้อ 
 ก.  หลักสูตรระดับชาติ

5.      
 ข้อใด ไม่ใช่  หน้าที่รับชอบของ ศูนย์หลักสูตร

ก.  จัดทำเอกสารประกอบหลักสูตร
ข.  ปรับปรุงหลักสูตร
ค.  ฝึกอบรมในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้
ง.  จัดทำคู่มือครู
ตอบข้อ 
 ค.  ฝึกอบรมในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้
6.       ข้อใดคือ ประโยชน์  ที่เกิดจากการพัฒนาหลักสูตร  สำหรับครูผู้สอน
ก.  พัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องความเจริญของสังคมและของโลก
ข.  สามารถจัดการเรียนการสอนให้บรรลุวัตถุประสงค์
ค.  ระบบการศึกษาก้าวหน้าทันต่อการเปลี่ยนแปลง
ง.  ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีของสังคม
ตอบข้อ 
 ข.  สามารถจัดการเรียนการสอนให้บรรลุวัตถุประสงค์
7.      
 องค์ประกอบในการพัฒนาหลักสูตร  ไม่ควรคำนึงถึงข้อใด
กง  ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน
ข.  ความต้องการของสังคม
ค.  สภาพทางเศรษฐกิจและสังคม
ง.  การบริหารจัดการของสถานศึกษา
ตอบข้อ 
 ง.  การบริหารจัดการของสถานศึกษา
8.      
 การดำเงินงานในการพัฒนาหลักสูตร  เริ่มต้นจากข้อใด
ก.  การเลือกและการจัดเนื้อหาวิชา
ข.  กำหนดจุดมุ่งหมาย
ค.  การนำเสนอสูตรไปใช้
ง.  การประเมินผลหลักสูตร
ตอบข้อ 
 ข.  กำหนดจุดมุ่งหมาย
9.      
 ข้อใด ไม่ใช่  รายละเอียดของหลักสูตร
ก.  การบริหารหลักสูตร
ข.  การจัดแผนการเรียนการสอน
ค.  ศักยภาพและความถนัดของผู้เรียน
ง.  วิธีการสอนและคุณสมบัติผู้สอน
ตอบข้อ 
 ค.  ศักยภาพและความถนัดของผู้เรียน
10.   
 การพัฒนาหลักสูตร  ให้มีคุณภาพและเหมาะสมกับสถานการณ์  คือข้อใด
ก.  ผู้สอนพัฒนาคุณวุฒิของตนให้ทัดเทียมที่อื่น
ข.  ผู้เรียนและชุมชนสนใจแสวงหาสถานศึกษาที่ดี
ค.  ผู้บริหารสนใจพัฒนาศักยภาพด้านวิชาการและวิชาชีพ
ง.  การประชุมปรึกษาร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ตอบข้อ 
 ง.  การประชุมปรึกษาร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
11.   
 ข้อใด ไม่ใช่  รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรของไทเลอร์
ก.  จุดมุ่งหมาย                                                                  ข.  จัดประสบการณ์
ค.  คุณสมบัติครู                                                                ง.  การประเมินครู
ตอบข้อ 
   ค.  คุณสมบัติครู
12.   
 ข้อมด ไม่ใช่  แหล่งข้อมูลในการกำหนดจุดมุ่งหมายของหลักสูตร
ก.  สังคม                                                                            ข.  ผู้เรียน
ค.  ผู้เชี่ยวชาญ                                                                  ง.  ครูผู้สอน
ตอบข้อ 
 ง.  ครูผู้สอน
13.   
 เกณฑ์ในการพิจารณา  เลือกประสบการณ์การเรียนรู้  ที่ไทเลอร์ไม่ได้กำหนดไว้ คือ ข้อใด
ก.  ครูพึงพอใจในการจัดประสบการณ์
ข.  ผู้เรียนพึงพอใจในการจัดประสบการณ์
ค.  ผู้เรียนมีโอกาสฝึกและเรียนรู้
ง.  ประสบการณ์ทุกด้านเน้น  ตอบสนองจุดประสงค์
ตอบข้อ  ก.  ครูพึงพอใจในการจัดประสบการณ์
14.   
 ข้อใด ไม่ใช่  ความสัมพันธ์ในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบแนวตั้งและแนวนอนของไทเลอร์
ก.  ความต่อเนื่อง                                                              ข.  ประสบการณ์
ค.  การจัดช่วงลำดับ                                                        ง.  บูรณาการ
ตอบข้อ  
 ข.  ประสบการณ์


15.    การวัดและวิเคราะห์สถานการณ์  ที่ทำให้เกิดพฤติกรรมเหล่านั้นตรงกับข้อใด
ก.  การกำหนดจุดมุ่งหมาย
ข.  การเลือกกิจกรรม
ค.  การจัดประสบการณ์
ง.  การประเมินผล
ตอบข้อ 
 ง.  การประเมินผล
16.   
 ข้อใด ไม่ใช่  เกณฑ์การพิจารณาเครื่องมือที่ใช้วัดผลหลักสูตร
ก.  ความเป็นปรนัย                                                          ข.  ความเป็นอัตนัย
ค.  ความเชื่อมัน                                                                ง.  ความเที่ยงตรง
ตอบข้อ 
 ข.  ความเป็นอัตนัย                                          
17.   
 ข้อใดคือ แนวความคิดของฮิลดา ทาบา  ที่มีต่อการพัฒนาหลักสูตรต่างจาก ไทเลอร์
ก.  การดำหนดจุดมุ่งหมาย
ข.  การเลือกและจัดประสบการณ์
ค.  ครูควรมีส่วนร่วม
ง.  การประเมินผล
ตอบข้อ 
 ค.  ครูควรมีส่วนร่วม

18.    ผู้ที่ได้รับแนวคิดของไทเลอร์  และทาบา  แล้วนำมาปรับขยายการพัฒนาหลักสูตรให้ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน คือข้อใด
ก.  เซเลอร์  และอเล็กซานเดอร์                                    ข.  ฟ็อกซ์
ค.  กู๊ดแล็ด  และ ริชเทอร์                                               ง.  ริชเทอร์
ตอบข้อ 
 ก.  เซเลอร์  และอเล็กซานเดอร์
19.   
 การที่สามารถบอกว่า  หลักสูตรบรรลุตามเป้าหมาย  หรือจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้หรือไม่  ทราบได้จากข้อใด
ก.  กำหนดขอบเจต                                                          ข.  การออกแบบหลักสูตร
ค.  การใช้หลักสูตร                                                         ง.  การประเมินผล
ตอบข้อ 
 ง.  การประเมินผล
20.    ข้อใด ไม่ใช่ ข้อคำนึงถึงในการออกแบบหลักสูตร
ก.  เลือกประสบการณ์ที่เหมาะสม
ข.  การจัดเนื้อหาสาระ
ค.  ความพร้อมของสถานศึกษา
ง.  ความต้องการของผู้เรียนและสังคม
ตอบข้อ 
 ค.  ความพร้อมของสถานศึกษา

ข้อสอบมาตรฐานวิชาชีพครู


ข้อสอบมาตรฐานวิชาชีพครู


ข้อสอบมาตรฐานวิชาชีพครู
1. ระบบปฏิบัติการ หมายถึงข้อใด?
ก. เซตของผู้ใช้ ข. Application
ค. เซตของโปรแกรม ง. Supervisor Program
ตอบ ค. เซตของโปรแกรม
2. ข้อใดเป็นการประมวลผลที่ทำให้คอมพิวเตอร์เข้าใจคำสั่งที่ใช้ภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่น?
ก. Inference Engine ข. การประมวลผลโดยภาษาธรรมชาติ
ค. ระบบหุ่นยนต์ ง. ระบบการเรียนรู้
ตอบ ข. การประมวลผลโดยภาษาธรรมชาติ
3. การพิจารณาผลเพื่อคัดเลือกทางเลือกที่เหมาะสมอยู่ในขั้นตอนใด
ก. การวิเคราะห์ระบบ
ข. การกำหนดความต้องการของระบบใหม่
ค. การออกระบบ
ง. การพัฒนาระบบใหม่
ตอบ ข. การกำหนดความต้องการของระบบใหม่
4. ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูงในการตัดสินใจ จัดเป็นสารสนเทศชนิดใดที่เป็นข้อสรุปทั้งภายในและภายนอกองค์กร?
ก. Executive Information System
ข. Decision Support System
ค. Expert System
ง. Management Information System
ตอบ ก. Executive Information System
จำหน่าย E-BOOK แนวข้อสอบรับราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน http://www.testthai1.com
5. ภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาแรกที่นำมาใช้ในการพัฒนาระบบสานสนเทศ คือข้อใด?
ก. COBOL ข. FORTRAN
ค. PASCAL ง. ASSEMBLY
ตอบ ข. FORTRAN
6. จงพิจารณาว่าข้อใดไม่ถูกต้อง?
ก. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้สังคมชนบทและสังคมเมืองเป็นสังคมเดียวกัน
ข. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศด้านการศึกษาเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ค. หลักการลบเลขในคอมพิวเตอร์ใช้เทคนิคการบวกเลขแบบ Complement
ง. ในหน่วยความจำหลักของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบที่เล็กที่สุดเรียกว่าไบต์
ตอบ ง. ในหน่วยความจำหลักของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบที่เล็กที่สุดเรียกว่าไบต์
7. ข้อใดคือองค์ประกอบของระบบสารสนเทศ?
ก. ผู้ใช้ ข. ข้อมูล
ค. ขั้นตอนการทำงาน ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
8. ข้อใด มิใช่ หลักการพื้นฐานในการทำวิจัย?
ก. ความสมบูรณ์ครบถ้วน (completion)
ข. ความชัดเจน (celerity)
ค. ความถูกต้อง (exactness)
ง. ความเข้าใจง่าย (simplification)
จ. ไม่มีคำตอบ
ตอบ จ. ไม่มีคำตอบ
9. การวิจัย ต้องดำเนินการขั้นตอนใดเป็นลำดับแรก?
ก. ออกแบบวิจัย
ข. เก็บรวบรวมข้อมูล
ค. กำหนดปัญหาการวิจัย
ง. กำหนดกรอบแนวคิดในการวิจัย
จ. ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ตอบ ค. กำหนดปัญหาการวิจัย



10. ขั้นตอนสุดท้ายของการทำวิจัยคือข้อใด?
ก. การเก็บรวบรวมข้อมูล
ข. การแปลความหมายข้อมูล
ค. การวิเคราะห์ข้อมูล
ง. การสรุปผล
จ. การเขียนรายงานวิจัย
ตอบ จ. การเขียนรายงานวิจัย
11. ข้อใดมิใช่จรรยาบรรณนักวิจัย?
ก. ต้องมีพื้นฐานความรู้ในสาขาที่ทำวิจัย
ข. มีความรับผิดชอบต่อสังคมทุกระดับ
ค. เคารพความคิดเห็นทางวิชาการของผู้อื่น
ง. ซื่อสัตย์และมีคุณธรรมในทางวิชาการ
จ. ไม่มีคำตอบ
ตอบ จ. ไม่มีคำตอบ
12. ปัญหาข้อใดไม่ถือว่าเป็นปัญหาวิจัย?
ก. ทำไมดวงอาทิตย์จึงขึ้นทางทิศตะวันออก
ข. ทำไมเวลาทักทายกันคนไทยจึงใช้การไหว้
ค. ทำไมสุนทรจึงไม่ได้ ขั้น
ง. ทำอย่างไรตัวเราจึงจะประสบความสำเร็จในการทำงาน
จ. ถูกทุกข้อ
ตอบ จ. ปัญหาที่เป็นข้อเท็จจริงตามธรรมชาติ ปัญหาส่วนบุคคล ปัญหาที่ไม่มีความสำคัญ ไม่ถือเป็นปัญหาวิจัย
13. ข้อใดคือลักษณะของปัญหาวิจัยที่ไม่ดี?
ก. เป็นปัญหาที่มีผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่
ข. เป็นปัญหาที่เหมือนหรือซ้ำกันกับผู้อื่น
ค. เป็นปัญหาที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรตั้งแต่สองตัวขึ้นไป
ง. เป็นปัญหาที่มีความสำคัญ
จ. เป็นปัญหาที่สามารถทำการวิจัยได้
ตอบ ข. ลักษณะของปัญหาวิจัยที่ดีเป็นปัญหาที่ไม่เหมือนหรือซ้ำกันกับผู้อื่น (uniqueness)
14. ข้อใดมิใช่ข้อบกพร่องในการเลือกปัญหาวิจัย?
ก. เลือกปัญหาวิจัยตามผู้อื่น
ข. กำหนดปัญหาวิจัยกว้างเกินไป
ค. ไม่ได้ศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ง. เลือกปัญหาวิจัยต่างจากผู้อื่น
จ. ข้อ ข. และ ง.
ตอบ ง. เลือกปัญหาวิจัยต่างจากผู้อื่น
15. การเขียนปัญหาวิจัย ข้อใดกล่าวถูกต้อง?
ก. เขียนในรูปประโยคคำถาม
ข. เขียนในรูปประโยคบอกเล่า
ค. เขียนในรูปประโยคบอกเล่าแล้วตามด้วยประโยคคำถาม
ง. ข้อ ก. และ ข.
จ. ข้อ ก. ข้อ ข. และ ข้อ ค.
ตอบ จ. การเขียนปัญหาวิจัยเขียนได้ รูปแบบ
16. เอกสารและงานที่วิจัยเกี่ยวข้องหมายถึงข้อใด?
ก. บทความทางวิชาการ
ข. วารสาร
ค. ดรรชนี (index)
ง. ไมโครฟิล์ม (microfilm)
จ. ถูกทุกข้อ
ตอบ จ. เอกสารและงานที่วิจัยเกี่ยวข้องหมายถึง สื่อสิ่งพิมพ์หรือสื่อโสตทัศนูปการณ์ต่างๆ
17. ข้อใดมิใช่ลักษณะของการวิจัยเชิงปริมาณ
ก. ใช้วิจัยในเรื่องที่เป็นนามธรรม
ข. เป็นการวิจัยที่เน้นจำนวนวัดปริมาณได้ชัดเจนและแน่นอน
ค. ใช้กระบวนการวิจัยแบบนิรนัยหาความสัมพันธ์ระหว่างเหตุผลกับผล
ง. เน้นการวิจัยเชิงทดลอง กึ่งทดลอง และเชิงสำรวจ
จ. ถูกทุกข้อ
ตอบ ก. ใช้วิจัยในเรื่องที่เป็นนามธรรม

18. ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนของกระบวนการวิจัยได้ถูกต้อง
ก. กำหนดเรื่องที่จะวิจัย เก็บรวบรวมข้อมูล ออกแบบการวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูล การแปลความหมายและการสรุปการรายงานการวิจัย
ข. กำหนดเรื่องที่จะวิจัย ออกแบบการวิจัย เก็บรวบรวมข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูล การแปลความหมายและการสรุปการรายงานการวิจัย
ค. กำหนดเรื่องที่จะวิจัย ออกแบบการวิจัย วิเคราะห์ข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูล การแปลความหมายและการสรุป การรายงานการวิจัย
ง. ออกแบบการวิจัย กำหนดเรื่องที่จะวิจัย เก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การแปลความหมายและการสรุป การรายงานการวิจัย
จ. ออกแบบการวิจัย กำหนดเรื่องที่จะวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูล การแปลความหมายและการสรุป การรายงานการวิจัย
ตอบ ข. กำหนดเรื่องที่จะวิจัย ออกแบบการวิจัย เก็บรวบรวมข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูล การแปลความหมายและการสรุปการรายงานการวิจัย

19. ที่มาของเรื่องวิจัยคือข้อใด?
ก. ภูมิความรู้เดิม
ข. วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง
ค. ความสนใจของนักวิจัย
ง. ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี
จ. ถูกทุกข้อ
ตอบ จ. ถูกทุกข้อ
20. กระบวนการกำหนดเรื่องวิจัยเริ่มจากข้อใด?
ก. สมมติฐานการวิจัย
ข. วัตถุประสงค์ของการวิจัย
ค. การระบุปัญหา
ง. ขอบเขตของการวิจัย
จ. ถูกทุกข้อ
ตอบ ค. การระบุปัญหา
21. “จรรยา” มีความหมายเช่นเดียวกับคำใด?
ก. กริยา ข. จริยา
ค. มรรยาท ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ข. จริยา

22. “ความประพฤติที่ผู้ประกอบวิชาชีพต่างๆ วิชาชีพถึงปฏิบัติ โดยบัญญัติลายลักษณ์อักษร” หมายถึง?
ก. จรรยาบรรณ ข. สัตตยาบรรณ
ค. มาตรฐานวิชาชีพ ง. จรรยาบรรณวิชาชีพครู
ตอบ ก. จรรยาบรรณ
23. ข้อใดคือความหมายของคำว่า จรรยาบรรณวิชาชีพครู?
ก. แบบแผนที่ข้าราชการควรประพฤติปฏิบัติ
ข. แบบแผนที่ข้าราชการต้องประพฤติปฏิบัติ
ค. แบบแผนที่ข้าราชการยึดประพฤติปฏิบัติ
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ข. แบบแผนที่ข้าราชการต้องประพฤติปฏิบัติ
24. จรรยาบรรณวิชาชีพครู กำหนดขั้นเพื่อวัตถุประสงค์ในข้อใด?
ก. รักษาและส่งเสริมเกียรติคุณ ของผู้ประกอบวิชาชีพครู
ข. รักษาและส่งเสริมชื่อเสียง ของผู้ประกอบวิชาชีพครู
ค. รักษาและส่งเสริมชื่อเสียง ของผู้ประกอบวิชาชีพครู
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
25. จรรยาบรรณวิชาชีพครู กำหนดไว้ในกฎหมายใด?
ก. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535
ข. พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546
ค. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
26. ผู้ที่จะเข้ารับราชการครู ต้องมีอายุตามข้อใด?
ก. 18 ปีบริบูรณ์ ข. ไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
ค. 20 ปีบริบูรณ์ ง. ไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
ตอบ ข. ไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
27. ผู้ที่จะขอรับใบประกอบวิชาชีพครู ต้องมีอายุตามข้อใด?
ก. 18 ปีบริบูรณ์
ข. ไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
ค. 20 ปีบริบูรณ์
ง. ไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
ตอบข้อ ง. ไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
28. มาตรฐานวิชาชีพครู มีจำนวนกี่มาตรฐาน?
ก. มาตรฐาน ข. มาตรฐาน
ค. มาตรฐาน ง. มาตรฐาน
ตอบ ก. มาตรฐาน
29. มาตรฐานครูในข้อใด ที่กำหนดให้เป็นจรรยาบรรณของวิชาชีพ?
ก. มาตรฐานการปฏิบัติงาน
ข. มาตรฐานการสอน
ค. มาตรฐานการปฏิบัติตน
ง. มาตรฐานความรู้ และประสบการณ์วิชาชีพ
ตอบข้อ ค. มาตรฐานการปฏิบัติตน
30. จรรยาบรรณวิชาชีพครู มีจำนวนเท่าใด?
ก. จรรยาบรรณ
ข. จรรยาบรรณ
ค. จรรยาบรรณ
ง. จรรยาบรรณ
ตอบข้อ ก. จรรยาบรรณ

ข้อสอบกฎหมาย ชุดที่ 1 พรบ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 ฉ2 2545


ข้อสอบกฎหมาย ชุดที่ 1 พรบ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 ฉ2 2545


ข้อสอบกฎหมาย ชุดที่ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 2 2545
ชุดที่ 1
1) 
พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 เกิดจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 มาตราใด

A.
80

B.
81

C.
82

D.
83

2) 
พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ประกาศใช้เมื่อใด

A.
19 สิงหาคม 2542

B.
20 สิงหาคม 2542

C.
21 สิงหาคม 2542

D.
22 สิงหาคม 2542

3) 
พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ฉ.พ.ศ.2545 บังคับใช้เมื่อใด

A.
19 ธันวาคม 2545

B.
20 ธันวาคม 2545

C.
21 ธันวาคม 2545

D.
22 ธันวาคม 2545

4) 
พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มีทั้งหมดกี่หมวดกี่มาตร

A.
หมวด 78 มาตรา

B.
หมวด 87 มาตรา

C.
หมวด 78 มาตรา

D.
หมวด 87 มาตรา

5) 
พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ฉ.ยกเลิก ฉบับเดิมกี่มาตรา

A.
11

B.
12

C.
13

D.
14




6) 
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 คือใคร

A.
นายชวน หลีกภัย

B.
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

C.
รมต.ศธ.

D.
ผู้ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

7) 

พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 หมวดใด ว่าด้วย บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี ที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุรภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

A.
หมวด 1

B.
หมวด 2

C.
หมวด 3

D.
หมวด 4

8) 
ข้อใด ไม่ใช่ ระบบการจัดการศึกษาตามมาตรา 15

A.
การศึกษาในระบบ

B.
การศึกษานอกระบบ

C.
การศึกษาตามอัธยมศัย

D.
การศึกษาตลอดชีวิต

9) 
การศึกษาในระบบมีกี่ระดับ

A.
2

B.
3

C.
4

D.
ตามความเหมาะสมและศักยภาพ

10) 
เด็กในข้อใดต้องเข้ารับการศึกษาภาคบังคับ

A.
เด็กที่มีอายุย่างเข้าปีที่ 7 - เด็กที่มีอายุย่างเข้าปีที่ 14

B.
เด็กที่มีอายุย่างเข้าปีที่ 7 - เด็กที่มีอายุย่างเข้าปีที่ 16

C.
เด็กที่มีอายุย่างเข้าปีที่ 8 - เด็กที่มีอายุย่างเข้าปีที่ 14

D.
เด็กที่มีอายุย่างเข้าปีที่ 8 - เด็กที่มีอายุย่างเข้าปีที่ 16



11) 
ข้อใด ไม่ใช่ สถานศึกษาตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542

A.
สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย

B.
โรงเรียน

C.
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

D.
วิทยาลัย

12) 


ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพ ที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง เพื่อใช้เป็นหลักเทียบเคียงในการส่งเสริมกำกับ ตรวจสอบ และประเมินคุณภาพทางการศึกษา คือความหมายของข้อใด

A.
ตัวบ่งชี้

B.
คุณภาพการศึกษา

C.
มาตรฐานการศึกษา

D.
เกณฑ์คุณภาพประเมินภายใน

13) 
มาตราใดสำคัญที่สุดใน พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542

A.
21

B.
22

C.
26

D.
27

14) 
ยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถและพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุด อยู่ในมาตราใด

A.
21

B.
22

C.
23

D.
24

15) 
ข้อใด ไม่เกี่ยวข้อง ในการประเมินผู้เรียนตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ

A.
ประเมินจากพัฒนาการของผู้เรียน

B.
ประเมินความประพฤติ

C.
การสังเกตพฤติกรรมการเรียน

D.
เวลาการร่วมกิจกรรมและการทดสอบ


16) 
ลักษณะของหลักสูตรการศึกษาในระดับต่าง ๆ ต้องมีลักษณะอย่างไร

A.
จัดตามความพร้อมและความต้องการ

B.
จัดตามจุดมุ่งหมายของแต่ละระดับเป็นสำคัญ

C.
หลากหลาย

D.
บูรณาการ

17) 
ข้อใด ไม่ใช่ คณะบุคคลในรูปของสภา ตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542

A.
สภาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมแห่งชาติ

B.
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

C.
คณะกรรมการการอุดมศึกษา

D.
คณะกรรมการการอาชีวศึกษา

18) 
การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาให้ยึดอะไร

A.
ปริมาณสถานศึกษา

B.
จำนวนประชากร

C.
เขตพื้นที่การศึกษา

D.
ความเหมาะสมด้านอื่น

19) 
ข้อใด ไม่ใช่ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

A.
ผู้แทนครู

B.
ผู้แทนผู้ปกครอง

C.
ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

D.
ผู้แทนผู้ทรงคุณวุฒิ

20) 
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิในการจัดการศึกษาในระดับใด

A.
ในระบบ

B.
นอกระบบ

C.
ตามอัธยาศัย

D.
ระดับหนึ่งหรือทุกระดับก็ได้




21) 
ผู้ใด ไม่ใช่ คณะกรรมการบริหารสถานศึกษาเอกชน

A.
ผู้บริหารสถานศึกษา

B.
ผู้รับใบอนุญาต

C.
ผู้แทนครู

D.
ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

22) 
หมวดใด พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ว่าด้วยเรื่องมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา

A.
4

B.
5

C.
6

D.
7

23) 
สมศ.ย่อมาจากอะไร

A.
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา

B.
สำนักงานรับรองคุณภาพมาตรฐานและประเมินคุณภาพสถานศึกษา

C.
สำนักงานรับรองมาตรฐาน คุณภาพ ประเมินคุณภาพการศึกษา

D.
สำนักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพสถานการศึกษา

24) 
มาตราใดของ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ทำให้เกิดสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา

A.
53

B.
54

C.
55

D.
56

25) 
หมวดใดว่าด้วยเรื่องทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา

A.
6

B.
7

C.
8

D.
9

26) 
หมวดใดว่าด้วยเรื่องเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

A.
6

B.
7

C.
8

D.
9

27) 

หมวดใดของ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ทำให้เกิด พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546

A.
3

B.
5

C.
7

D.
9

28) 
ผู้มีอำนาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ เพื่อเป็นไปตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ คือใคร

A.
นายกรัฐมนตรี

B.
รัฐมนตรี

C.
ปลัดกระทรวง

D.
เลขาธิการ


29) 
ข้อใดคือความหมายของคำว่าครู

A.
บุคลากรที่ทำหน้าที่ด้านการเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง ๆ ในสถานศึกษาของรัฐและเอกชน

B.
บุคลากรที่ทำหน้าที่ด้านการเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง ๆ ในสถานศึกษาของรัฐและเอกชน

C.
บุคลากรวิชาชีพที่ทำหน้าที่ด้านการเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง ๆ ในสถานศึกษาของรัฐและเอกชน

D.
บุคลากรวิชาชีพที่ทำหน้าที่ด้านการเรียนการสอน การวิจัยและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง ๆ ในสถานศึกษาของรัฐและเอกชน

30) 
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ได้กำหนดให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล

A.
สพฐ

B.
สพท

C.
สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

D.
สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา

ชุดที่ 2
1. การจัดการเรียนการสอนต้องมีคุณภาพหมายถึงข้อใด
ก. มีกิจกรรมเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ข. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนสูง
ค. มีการนำหลักสูตรไปใช้
ง. มีการใช้สื่อประกอบการสอน
2. การวัดและการประเมินผลมีวัตถุประสงค์ตามข้อใด
ก. การปรับปรุงการเรียนการสอน
ข. ตัดสินผลการเรียนการสอน
ค. ตรวจสอบพัฒนาการตามจุดประสงค์
ง. ปรับปรุงการเรียนการสอนและตัดสินผลการเรียน
33. สิ่งใดที่ครูผู้สอนควรยึดเป็นหลักสำคัญที่สุดในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ก. หลักสูตร
ข. แผนการสอน
ค. จุดประสงค์การเรียนรู้
ง. สื่อการเรียนการสอน
4. ท่านคิดว่าทำไมต้องมีการประกันคุณภาพการศึกษา
ก. เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ
ข. เพื่อให้ทุกโรงเรียนมีความคล้ายคลึงกันด้านการศึกษา
ค. เพื่อเตรียมรับการประเมินภายนอก
ง. เพื่อพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา
5. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องตามแนวทางปฏิรูปการเรียนรู้
ก. การจัดการเรียนรู้ต้องยึดผู้เรียนเป็นที่ตั้ง
ข. การเรียนรู้เกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา
ค. การจัดการเรียนรู้ถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
ง. ครูผู้สอนสำคัญที่สุด
6. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการเรียนรู้ของนักเรียนตามแนวทางการปฏิรูปการเรียนรู้
ก. การเรียนรู้เน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง
ข. การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
ค. การเรียนรู้ร่วมกับบุคคลอื่น
ง. การเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง
7. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนด เริ่มใช้ในโรงเรียนนำร่องการใช้หลักสูตรตั้งแต่ปีการศึกษาใดเป็นต้นไป
ก. 2545
ข. 2546
ค. 2547
ง. 2548
8. จัดให้สอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กข้อความดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหลักสูตรในข้อใด
ก. หลักการ
ข. จุดมุ่งหมาย
ค. เนื้อหาสาระ
ง. แนวทางการจัดการเรียนรู้
9. กระบวนการวัดและประเมินผลการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเน้นเรื่องใด
ก. วัดความสามารถในการใช้ภาษา
ข. วัดพัฒนาการทางภาษาของผู้เรียน
ค. มีข้อทดสอบมาตรฐานวัดความสามารถในการใช้ภาษา
ง. ถูกทุกข้อ
10. " สามารถวิเคราะห์ปัญหาของชุมชน" เป็นลักษณะของผู้เรียน ตามข้อใด
ก. พัฒนาคน
ข. พัฒนาอาชีพ
ค. พัฒนาสังคม
ง. พัฒนาทั้ง ด้าน
11. ข้อใดไม่ใช่หลักการศึกษาด้านผู้เรียนตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา
ก. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเอง
ข. ถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
ค. กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเอง ตามธรรมชาติและตามศักยภาพ
ง. จัดแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายไว้สำหรับผู้เรียน
12. ข้อใดไม่ใช่เอกสารหลักสูตร 
ก. คู่มือครู 
ข. แผนการสอน
ค. หนังสือเรียนประวัติศาสตร์ไทย 
ง. แผนปฏิบัติงานวิชาการ
13. นักเรียนมีโอกาสกำหนดผลการเรียนรู้ร่วมและวางแผนประเมินผลการเรียนรู้" เป็นลักษณะของการเรียนรู้ตามข้อใด
ก. การเรียนรู้ที่สนองความแตกต่างระหว่างบุคคล
ข. การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
ค. การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
ง. การเรียนรู้แบบองค์รวม
14. ข้อใดไม่ใช่ประเภทของสื่อการสอน
ก. วัสดุ
ข. อุปกรณ์
ค. วิธีการ
ง. นวัตกรรม
15. ข้อใดสื่อประเภทวัสดุ หรือซอฟต์แวร์
ก. เครื่องฉายสไลด์
ข. เครื่องวีดีโอ
ค. เทปบันทึกเสียง
ง. ไม่มีข้อถูก
16. เป็นแหล่งรวบรวมผลงานหรือหลักฐานที่เกิดจากการเรียนรู้ของผู้เรียนหมายถึงข้อใด
ก. การสำรวจเด็กรายบุคคล
ข. การเรียนรู้บูรณาการ
ค. โครงสร้าง
ง. แฟ้มสะสมงาน
17. การเลือกสื่อการเรียนการสอนตามหลักการแล้วข้อใดสำคัญที่สุด
ก. ประสิทธิภาพ
ข. ประสิทธิผล
ค. ประหยัด
ง. คุ้มค่า
18. ข้อใดไม่ใช่หลักการสำคัญของการจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. การมีส่วนร่วม
ข. การกระจายอำนาจ
ค. การกำกับติดตามประเมินผล
ง. การยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ
19. เพื่อให้การจัดการศึกษาของสถานศึกษามีคุณภาพมาตรฐาน ท่านคิดว่าควรจะมีการประเมินผล 
การจัดการศึกษาระดับใดบ้าง
ก.ระดับสถานศึกษา ข.ระดับเขตพื้นที่ฯ
ค. ระดับชาติ ง. ถูกทุกข้อ
20. กำหนดสาระการเรียนรู้เป็นรายภาคและกำหนดจำนวนหน่วยกิตให้เหมาะสมและสอดคล้องกับมาตรฐานและสาระการเรียนรู้
ก. ช่วงชั้นที่ 1 
ข. ช่วงชั้นที่ 2
ค. ช่วงชั้นที่ 3 
ง. ช่วงชั้นที่ 4
21. ไม่มีในคำอธิบายในรายวิชาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. ชื่อรายวิชา 
ข. จำนวนเวลา หน่วยกิต
ค. สื่อการเรียนรู้ 
ง. มาตรฐานการเรียนรู้
22. สถานศึกษาต้องคำนึงถึงเรื่องใดในการจัดนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ก. วัย 
ข. วุฒิภาวะ
ค. ความแตกต่างบุคล
ง. ถูกทุกข้อ
23. ใครเป็นผู้จัดทำหลักสูตรสถานศึกษา
ก. ผู้บริหารสถานศึกษา
ข. ผู้ปกครอง ชุมชน
ค. คณะกรรมการสถานศึกษา
ง. ทุกฝ่ายร่วมกัน
24. ใครเป็นผู้ออกแบบการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. ผู้บริหารโรงเรียน
ข. ครูผู้สอน
ค. สถานศึกษา 
ง. กรมวิชาการ
25. ข้อใดคือความหมายของหลักสูตรสถานศึกษาที่ถูกต้อง
ก. หลักสูตรของตนเอง
ข. หลักสูตรท้องถิ่น
ค. การเรียนรู้และประสบการณ์
ง. สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
26. ผลลัพธ์ที่อันเป็นจุดมุ่งหมายของหลักสูตรสถานศึกษา
ก. พัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินในการเรียนรู้
ข. ส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนด้านจิตวิญญาณ จริยธรรม สังคมและวัฒนธรรม
ค. สร้างผู้เรียนให้พร้อมเป็นผู้บริโภคตัดสินใจแบบมี ข้อมูลและเป็นอิสระ
ง. ถูกทุกข้อ
27. ข้อใดไม่ใช่การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. การวัดและประเมินผลผู้เรียน
ข. การวัดและประเมินผลระดับชั้นเรียน
ค. การวัดและประเมินผลระดับสถานศึกษา
ง. การประเมินผลคุณภาพระดับชาติ
28. จบการศึกษาขั้นพื้นฐานหมายถึงจบการศึกษาชั้นใด
ก. ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ข. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ค. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
ง. ข้อ ข และ ข้อ ค ถูก
29.ผู้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2544
ก. อธิบดีกรมวิชาการ
ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ง. นายกรัฐมนตรี
30. โรงเรียนโดยทั่วไปเริ่มใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานในปีการศึกษาใด
ก. 2545
ข. 2546
ค. 2547
ง. 2548